Blog

บัตรกดเงินสดและสินเชื่อบุคคล

มีลูกค้าหลาย ๆ ท่านเข้ามาในเว็บไซต์ ที่ให้บริการทางด้านการเงินต่าง ๆ เพื่อเลือกสมัครเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้จากทางธนาคาร  คือบัตรกดเงินสด และสินเชื่อบุคคล ซึ่งโดยปกติทางเว็บของเราจำให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่เหมาะสม  ให้ลูกค้าได้เลือกบริการที่ตรงกับความต้องการของตัวลูกค้าเอง และตรงกับวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าต้องการจะใช้งาน

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้ทางธนาคารทุกแห่งได้จัดไว้เป็นผลิตภัณฑ์หมวดหมู่เดียวกัน คือสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  และส่วนใหญ่แต่ละธนาคารมักจะมีผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้ให้บริการกับลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว  ซึ่งในแต่ละธนาคารก็จะมีอัตราส่วนหรือสัดส่วนการให้วงเงินของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว  และแต่ละช่วงเวลาก็จะมีนโยบายการให้สินเชื่อที่แตกต่างกันเช่นกัน ธนาคารมิได้เปิดเผยนโยบายทั้งหมด แต่ก็ได้ให้ข้อมูลบางส่วนกับตัวแทน(sales)  เพื่อที่เราจะได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้  ลูกค้าจะได้เลือกธนาคารที่ให้สิทธิประโยชน์กับลูกค้าได้ตรงตามความต้องการ และลูกค้าเองก็มีคุณสมบัติที่ตรงกันกับกลุ่มเป้าหมายที่ธนาคารต้องการ  เมื่อเราทำการยื่นขอสินเชื่อไปกับธนาคารนั้น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้น่าจะเป็นที่พอใจกับลูกค้าค่ะ ทางเรายินดีให้คำแนะนำเสมอนะคะ

ลูกค้าหลาย ๆ ท่านเมื่อมีความจำเป็นที่จะใช้เงินสดจำนวนหนึ่ง  และต้องการเข้าถึงบริการสินเชื่อจากธนาคาร ก็จะค้นหาหรือติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอสมัครใช้สินเชื่อกับทางธนาคาร ยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดใดระหว่าง “บัตรกดเงินสด” หรือ “สินเชื่อบุคคล” ถ้าหากลูกค้ามีคำถามนี้กับทางเจ้าหน้าที่เรา ทางเราจะให้คำแนะนำง่าย ๆ กับลูกค้าโดยเป็นมุมมองจากทางเราดังนี้ค่ะ

บัตรกดเงินสด”  เป็นวงเงินหมุนเวียน ที่ธนาคารจะอนุมัติให้ลูกค้า โดยลูกค้าจะได้รับเป็นบัตร พร้อมกับวงเงินที่ธนาคารได้อนุมัติให้ ส่วนใหญ่จะให้วงเงินประมาณ 2-4เท่า ของรายได้ของลูกค้า  เมื่อลูกค้าต้องการใช้เบิกเงินสดก็สามารถเบิกถอนเงินจากตู้ATM ของธนาคารนั้น ๆ หรือของเครื่อข่ายของATM ของธนาคารนั้น ๆ ทุกครั้งที่เบิกถอนเงินสดจากตู้ATM  (ส่วนใหญ่)จะไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสด  และจะมีการคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ลูกค้าเบิกถอนมา จนถึงวันที่ลูกค้าชำระเงินคืนให้กับธนาคาร  อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ ระยะเวลาการชำระคืนก็ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ (รายละเอียดเรื่องอัตราดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ, ระยะเวลาในการเรียกเก็บเงิน, ช่องทางการชำระเงิน ขอให้ลูกค้าได้ศึกษาจากคู้มือผู้ถือบัตร หรือติดตามสอบถามจากธนาคารผู้ออกบัตรค่ะ)

สินเชื่อบุคคล”  เป็นสินเชื่อเงินสด อนุมัติวงเงินเป็นก้อน โดยธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกค้า วงเงินอนุมัติจากธนาคารตั้งแต่ 1-5 เท่าของรายได้ของลูกค้า  อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละธนาคาร มีทั้งแบบขึ้นอยู่กับวงเงินอนุมัติ  ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของลูกค้า  หรือขึ้นอยู่กับการประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น มีระยะเวลาผ่อนชำระที่แน่นอน  ชำระเป็นรายเดือนที่เท่า ๆ กันตลอดอายุสัญญา (นอกจากจะมีเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร)

ถ้าลูกค้าจะใช้วงเงินไม่มากและจะใช้แค่ไม่กี่เดือน ทางเราคงจะแนะนำให้ลูกค้าใช้เป็นบัตรกดเงินสดมากกว่า  ถ้าลูกค้าต้องการใช้เป็นก้อนใหญ่(วงเงินสูง) แน่นอนว่าคงต้องแนะนำเป็นสินเชื่อไป เพราะได้วงเงินตามต้องการ และผ่อนชำระสบาย ๆ ระยะยาว และรู้กำหนดหมดแน่นอน ระยะเวลาการผ่อนชำระของสินเชื่อที่สั้นที่สุดคือ 12 เดือน  ถ้าลูกค้าปิดบัญชีก่อน 12 เดือนก็อาจจะมีผลกับเรื่องดอกเบี้ยในวันปิดบัญชี  ซึ่งไป ๆ มา ๆ อาจจะทำให้ดอกเบี้ยรวมแล้วสูงกว่าการใช้บัตรกดเงินสดเบิกถอนเสียอีก  ความยากง่ายในการอนุมัติก็หลากหลายปัจจัยในแต่ละช่วงเวลา  ปรึกษากับทางเราได้ตลอดนะคะในเรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเลือกสมัครกับธนาคารอะไรดี

สุดท้าย ท้ายสุด ทางเรามีคำแนะนำดี ๆ ฝากไว้ให้กับผู้ใช้บริการกับทางเราทุกท่านค่ะ  ส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะมีบัตรกดเงินสดกับบัตรเครดิต เป็นผลิตภัณฑ์แรก ๆ บางท่านมีการบริหารจัดการทางการเงินที่ดี  สามารถชำระเต็มจำนวนได้ตลอด  เมื่อลูกค้าต้องการขอสินเชื่อเพิ่ม หรือทำบัตรกดเงินเพิ่มกับธนาคาร ก็จะไม่ใช่เรื่องยากนัก  แต่ลูกค้าที่มีการผ่อนชำระขั้นต่ำกับธนาคารต่าง ๆ เมื่อท่านต้องการขอสินเชื่อเพิ่มเติม แต่ละธนาคารจะมีมุมมองที่แตกต่างกันไป ที่จะอนุมัติให้ยากหรือให้ง่าย ให้วงเงินมากหรือให้วงเงินน้อย   แต่ส่วนใหญ่ทุกธนาคารจะมีมุมมองเดียวกันกับลูกค้าที่ใช้วงเงินในบัตรแต่ละใบจนเต็มหมด หรือทยอยเต็มทีละใบ ๆ (เมื่อรวามภาระที่ต้องชำระรายเดือนแล้วสูงด้วย) ซึ่งอาจจะช้าเกินไปในการขอสินเชื่อไปปิดหนี้เหล่านั้น เพื่อมาผ่อนชำระทางเดียว  ยังไงถ้าเราเริ่มรู้สึกว่ายอดเรียกเก็บมันเพิ่มขึ้นทุกเดือน ชำระแล้วไม่ค่อยลดลง  คงต้องลองหาวิธีปรับลดหนี้กันดีกว่าค่ะ  ซึ่งมีบทความมากมายให้คำแนะนำเหล่านี้อยู่  อย่างไรก็ตามทางเราพร้อมและยินดีให้คำปรึกษาและให้บริการเสมอนะคะ