Blog

ภาระหนี้ เป็นอย่างไร

สวัสดีค่ะ วันนี้ admin ขอเสนอบทความบทความหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสมัครสินเชื่อ หรือการสมัครบัตรกดเงินสดจากทางธนาคาร  โดยปกตินอกจากทางเราจะสอบถามข้อมูลจากลูกค้าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อแนะนำหรือนำเสนอสินเชื่อบุคคลที่เหมาะสมกับคุณสมบัติเบื้องต้นที่ลูกค้าให้ข้อมูลมา  ในคำถามคำตอบที่เจ้าหน้าที่คุยกับลูกค้า คุณลูกค้าคงจะได้ยินคำว่า”ภาระหนี้” บ่อย ๆ  หลายท่านก็มีความเข้าใจว่าภาระหนี้คืออะไร  แต่ก็อาจจะยังมีท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีความสงสัยบางจุดอยู่  adminจึงจะขอขยายความในมุมมองของผู้ให้บริการเพิ่มเติมนะคะ

ทางเว็บเรามีแนวความคิดที่จะให้บริการที่ทำให้ลูกค้าพอใจและเป็นประโยชน์กับตัวลูกค้ามาเป็นอันดับแรก และมีแนวคิดที่จะทำบทความเพื่ออธิบายถึงเงื่อนไขต่าง ๆ หรือเหตุผลต่าง ๆ ให้ลูกค้าของเราได้มีข้อมูลเพิ่ม  เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของตนเองได้  คือให้ความรู้ด้านเครดิตหรือธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อ(เฉพาะสินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสดนะคะ) เพื่อลูกค้าจะได้มีข้อมูลไว้ใช้รักษาข้อมูลเครดิตของตัวลูกค้าเองในโอกาสข้างหน้าค่ะ

เมื่อลูกค้าต้องการสมัครขอสินเชื่อจากทางธนาคาร  ส่วนใหญ่จะเกิดจากการมีเหตุที่จะต้องใช้เงินก้อน ที่ไม่ได้อยู่ในแผนการใช้เงินในชีวิตประจำวัน เช่น จะต้องซ่อมแซมบ้าน หรือจะต้องต่อเติมขยายบ้าน ขยายร้านค้า  กับอีกภาวะที่มีปัญหาเรื่องหนี้ (คือต้องการเงินก้อนไปปิดหนี้บางรายการ)

เมื่อลูกค้าแสดงความสนใจต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยให้ทางเราช่วยดำเนินการหรือให้คำแนะนำ อันดับแรกเราจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ ฐานรายได้และรายได้รวมของลูกค้า อายุงาน  ข้อมูลนี้ทำให้ทางเราแนะนำลูกค้าได้ว่าลูกค้าทำของธนาคารอะไรได้บ้าง  ลำดับต่อไปเราจะถามถึงเรื่องภาระหนี้ ว่าลูกค้ามีภาระอะไรบ้าง  มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไหร่  ข้อมูลนี้จะตัดรายชื่อของธนาคารที่ลูกค้าสามารถสมัครได้  ออกไปบางส่วน (คือลูกค้ามีภาระเกินกว่าที่ธนาคารนั้น ๆ รับพิจรณา) เมื่อภาระหนี้ทราบแล้ว ถ้าเหลือธนาคารที่ลูกค้ามีข้อมูลตรงกับสิ่งที่ธนาคารต้องการ  ก็จะเหลือรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง ที่บางธนาคารจะวางเป็นเงื่อนไขไว้เลยว่า ตรงตามเงื่อนไขมีสิทธิ์อนุมัติ  ถ้าไม่ตรงตามเงื่อนไขธนาคารจะไม่รับพิจรณา เช่น ต้องมีเบอร์โทรศัพย์พื้นฐานที่บ้าน เป็นต้น

วันนี้เราจะพูดถึงประเด็น “ภาระหนี้”  แต่ละธนาคารจะให้ตัวเลขของภาระหนี้ไว้ไม่เท่ากัน ทางเราจะขอแบ่งแบบคร่าว ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจ  สินเชื่อมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  • สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ
  • สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล และสินเชื่อในชื่อเฉพาะของแต่ละธนาคารที่ไม่มีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ลูกค้าต้องชำระค่างวดเท่าไหร่ ธนาคารก็จะนำเงินจำนวนนั้นมาคำนวณเป็นภาระหนี้ของลูกค้า เช่น ลูกค้ามีรายได้ 20,000บาทต่อเดือน  มีผ่อนบ้านอยู่ 8,000 บาท  ก็คิดเป็น 40% ของรายได้

ในส่วนของบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด แต่ละธนาคารจะมีวิธีคิดไม่เหมือนกัน บางธนาคารจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ลูกค้ามี  บางธนาคารคิดที่ยอดขั้นต่ำที่ลูกค้าต้องชำระเดือนล่าสุด หรือค่าเฉลี่ย  ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลก็คิดตามค่างวดที่ลูกค้าต้องชำระในแต่ละเดือน

เมื่อธนาคารคำนวณตัวเลขจากข้อมูลเครดิตของลูกค้าแล้ว  ธนาคารจะทราบว่าลูกค้ามีภาระหนี้อยู่เท่าไหร่  อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าได้หรือไม่  ถ้าอนุมัติได้จะอนุมัติได้เท่าไหร่  หรืออนุมัติได้ไม่เกินเท่าไหร่  (ไม่เหมือนกันนะคะ)  บางครั้งลูกค้ารายได้สูง ประวัติการชำระก็ดี แต่ภาระหนี้เกินเกณฑ์ของธนาคาร ทางธนาคารก็ไม่สามารถอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ได้  บางท่านภาระหนี้ไม่เกิน แต่เหลือช่องว่างนิดเดียวคือเหลือภาระหนี้ที่ธนาคารนั้น ๆ มีเกณฑ์ไว้ อาจจะเหลือ 10% ของรายได้ ธนาคารก็จะเสนอวงเงินที่ลูกค้ามียอดผ่อนชำระต่อเดือนไม่เกิน 10% ของรายได้  ซึ่งวงเงินอนุมัติอาจจะน้อยกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์เขาก็ไม่มีเวลามาอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ว่าเพราะอะไร(เขามีเหตุผลแต่สุดวิสัยที่จะมาอธิบายค่ะ)  บอกได้เพียงแค่ว่าอนุมัติได้เท่านี้ ลูกค้าจะรับหรือไม่รับ

จริง ๆ แล้วในรายละเอียดลึก ๆ แต่ละธนาคารเขาก็จะมีสูตรการอนุมัติวงเงินอยู่หลายสูตร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เปิดเผย  แต่ธนาคารจะเปิดเผยภาระหนี้ไว้ให้เบื้องต้น  ทางเราจะขอแบ่งให้ลูกค้าดูพอสังเขปนะคะ

  •  ภาระหนี้ไม่เกิน 65-75% ของรายได้  คือมีภาระหนี้เดิมอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วเมื่อรวมกับที่ต้องผ่อนชำระกับธนาคารฯ แล้วจะไม่เกินตามจำนวนตัวเลขนี้
  • ภาระหนี้ไม่เกิน 100% ของรายได้ เหมือนกับข้อข้างต้นนะคะ คือภาระหนี้เดิมมีจำนวนหนึ่งและเมื่อรวมกับที่ต้องชำระเพิ่มกับทางธนาคารจะไม่เกิน 100% ของรายได้
  • ภาระหนี้ที่เกิน 100% ขึ้นไป  จะเป็นกลุ่มที่มีการทำรายการโอนหนี้ได้  หรือมีเงื่อนไขพิเศษ เช่นต้องฐานรายได้เท่าไหร่  กลุ่มสาขาอาชีพอะไร และเมื่อประมวลผลข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ลูกค้าไปตกอยู่ในกลุ่มไหน(แบ่งกลุ่มจากระบบ scorring) จะเป็นตัวตัดสินว่า จะได้รับการอนุมัติหรือไม่  หรือได้รับการอนุมัติที่วงเงินเท่าไหร่

วันนี้จะเป็นข้อมูลคร่าว ๆ ประมาณนี้ก่อนนะคะ  ยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ อีกมาก ที่ธนาคารใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจรณาสินเชื่อ ซึ่งก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์ หรือมุมมองของแต่ละธนาคาร  ซึ่งข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะได้รับและปรับเปลี่ยนในการนำเสนอให้ลูกค้าทราบ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความสนใจในบทความนี้  และหวังว่าเราจะได้มีโอกาสรับใช้ท่านในโอกาสต่อ ๆ ไปค่ะ  สวัสดีค่ะ