Blog

วงเงินเต็ม

วงเงินเต็ม กับการขอสินเชื่อ

สวัสดีค่ะ วันนี้จะขอนำเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับการใช้วงเงินในบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดนะคะ เรื่องมีอยู่ว่าโดยปกติเมื่อลูกค้าสนใจจะสมัครขอสินเชื่อบุคคล หรือบัตรกดเงินสด เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย จะต้องมีคำถาม ถามลูกค้าเกี่ยวกับภาระหนี้ต่าง ๆ และมักจะต้องถามเรื่องวงเงินบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิตที่ลูกค้าใช้อยู่ว่ามีบัตรใบใดเต็มวงเงินหรือไม่  บางครั้งลูกค้าอาจจะรู้สึกไม่สะดวกที่จะตอบ  ทางเราจึงจะขออธิบายและแนะนำลูกค้าไว้เพื่อทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนนะคะ 

บัตรเต็มวงเงินเป็นอย่างไร  โดยปกติลูกค้าเมื่อได้รับการอนุมัตรบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตจากสถาบันการเงิน จะได้วงเงินอนุมัติมาพร้อมกับบัตรด้วย  ก็คือธนาคารจะให้เราใช้จ่ายผ่านบัตรหรือกดเงินสด ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้  ถ้าหากลูกค้าใช้เต็มวงเงินแล้ว  และลูกค้ามีการผ่อนชำระขั้นต่ำ  ก็จะมีดอกเบี้ยอีกก้อนหนึ่งมาบวกกับวงเงินที่เราใช้ไปแล้ว  ถ้าหากเราใช้เต็มวงเงินและบวกดอกเบี้ย ก็จะทำให้บัตรเครดิตใบนั้น หรือบัตรกดเงินสดใบนั้น มีสถานะเป็นบัตรที่เกินวงเงิน

โดยปกติการขอสินเชื่อใหม่จากธนาคาร  จะมีเงื่อนไขในคุณสมบัติมากกว่าการสมัครบัตรเครดิต  ที่ค่อนข้างเป็นหลักก็คือประวัติการชำระเงินและภาระหนี้  เพราะสินเชื่อเป็นการอนุมัติเงินก้อนใหญ่ และผ่อนชำระเป็นระยะเวลานาน เฉพาะเงินต้นที่ทางธนาคารปล่อยออกไปจะผ่อนชำระกลับมาครบตามจำนวน ก็ประมาณครึ่งหนึ่งของระยะเวลาผ่อนชำระ  ต่างกับบัตรเครดิตที่อนุมัติวงเงินประมาณ 2-3 เท่าของรายได้ และลูกค้าต้องชำระคืนเต็มจำนวน หรือชำระยอดขั้นต่ำอย่างน้อย 10% ทุกเดือน 

ลูกค้าอาจจะสงสัยว่าแล้วบัตรเต็มวงเงินทำไมถึงสมัครสินเชื่อไม่ผ่าน  หรือผ่านยาก (ธนาคารไม่ได้ประกาศว่าเมื่อผู้สมัครใหม่ ยื่นขอสินเชื่อไปแล้วหากมีบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด มีการใช้จ่ายเต็มวงเงินแล้วจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้)  ธนาคารจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องรายได้  อายุงาน  ภาระหนี้ตามหลักเกณฑ์ ประวัติการชำระเงินกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ย้อนหลังไป 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี  และบัญชีที่ลูกค้ามีต้องเป็นบัญชีปกติ (คำว่าบัญชี หมายถึงทุกรายการของสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ภาษาทางธนาคารจะเรียกว่าบัญชีค่ะ)

บัญชีปกติเป็นอย่างไร อาจจะอธิบายยาก เอาเป็นว่าบัญชีไม่ปกติเป็นอย่างไรจะอธิบายง่ายกว่า ดังนี้ค่ะ  มีบัญชีใดบัญชีหนึ่งหยุดชำระ เกิน 60 วัน (ซึ่งจะถูกธนาคารผู้ออกบัตรนั้นปิดบัญชี) หรือมีบัญชีใดบัญชีหนึ่งอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้  และมีบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตใบใดใบหนึ่งใช้เกินวงเงิน  ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อลูกค้าตัดสินใจสมัครจะสมัครแล้วไม่ผ่านทุกรายค่ะ

ในกรณีบัตรเต็มวงเงินไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร สามารถแก้ไขได้  หากลูกค้าเห็นด้วยและยังมีเวลาพอที่จะรอให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อ  ก็โดยการชำระยอดเงินรายเดือนให้มากกว่าปกติสักนิด คือสูงกว่ายอดเรียกเก็บขั้นต่ำ  และหยุดการใช้ชั่วคราว หรือหยุดการกดเงินเพิ่ม อย่างน้อย 2 รอบบัญชี (2 เดือน) เพราะว่ารอบการเรียกเก็บเงิน และรอบการตัดบัญชี  รอบการส่งข้อมูลเครดิตของแต่ละธนาคาร  และการแสดงรายการของบริษัทข้อมูลเครดิตจะแสดงย้อนหลัง ถ้าจะให้เดือนปัจจุบันที่เรายื่นหลักฐานขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินไม่ปรากฎว่ามีบัญชีไม่ปกติ  ก็ต้องแก้ด้วยวิธีนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก  ที่จะประกอบกันในขั้นตอนแรกเพื่อผ่านระบบ scoring  แต่ถ้าบัญชีของลูกค้ามีบัญชีใดบัญชีหนึ่งไม่ปกติก็จะมีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านด่านการคัดกรองเบื้องต้นด้วยระบบ scoring ค่ะ  ทางเราจะมีจุดยืนในการทำงานที่สำคัญข้อหนึ่งคือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและ update ให้กับลูกค้าเสมอ  และใช้ความพยายามและประสบการณ์ช่วยให้ลูกค้าได้สินเชื่อจากธนาคาร ตามความต้องการของลูกค้า (แบบตรงไปตรงมา ตามหลักเกณฑ์ธนาคารนะคะ  หมายความว่าเราจะใส่ใจในรายละเอียดที่จำเป็นที่ธนาคารต้องการ)

ต้องขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจในบทความนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้มีโอกาสรับใช้ลูกค้าทุกท่านค่ะ  สวัสดีค่ะ