Blog

สมัครบัตรกดเงิน กับวัตถุประสงค์

 สมัครบัตรกดเงินสด ขีดคร่อมเอกสารแล้วระบุวัตถุประสงค์อย่างไรดี

คุณลูกค้าทุกท่าน คงเคยได้รับคำเตือน จากเพื่อน ๆ หรือสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับการสมัครบัตรเครดิต สินเชื่อ หรือบัตรกดเงินสดของธนาคารต่าง ๆ ว่าควรจะขีดคร่อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน และเขียนวัตถุประสงค์ไปเลยว่าบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านฉบับนี้ เราจะให้ไว้เพื่อใช้ในธุรกรรมอะไรกับใคร จะทำบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิด หรือสินเชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ดี  แต่ผู้ที่แนะนำเราอาจจะแนะนำยังไม่ละเอียดพอ หรือไม่ทราบจริง ๆ ว่าการขีดคร่อมเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน กับทางธนาคาร ควรจะเขียนวัตถุประสงค์อย่างไร ให้ใช้ได้ และเหมาะสม ซึ่งวันนี้ผู้เขียนขอแนะนำการขีดคร่อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน และการเขียนวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมให้นะคะ เขียนแล้วใช้ได้เลยไม่ต้องถูกขอเปลี่ยนใหม่ให้เสียเวลา

ก่อนอื่นขออธิบายว่าธนาคารขอให้เราแนบสำเนาบัตรประชาชนไปนั้นเพื่อดูข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลที่ธนาคารต้องการเห็นบนบัตรประชาชนคือ

  • ชื่อ และนามสกุล เจ้าของบัตรประชาชน
  • เลขที่ประจำตัวประชาชน ทั้งหมด 13 หลัก
  • วัน เดือน ปีเกิด ของเจ้าของบัตรประชาชน
  • วันเดือนปี หมดอายุของบัตรประชาชน (คือบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ ถ้าบัตรประชาชนหมดอายุแล้วการทำธุรกรรมนี้ก็กลายเป็นโมฆะค่ะ)
  • ส่วนที่อยู่บ้าน และ วันเดือนปี วันออกบัตร ไม่ซีเรียสมาก (หมายถึงอะไรจะขออธิบายต่อไปค่ะ)

ส่วนที่ธนาคารต้องการดู จากบัตรประชาชน ก็ควรจะให้เห็นชัดเจน และเคลียร์ ผู้เขียนเองก็มีปัญหากับคำว่าเคลียร์เหมือนกันค่ะ ว่าจะใช้ภาษาไทยเป็นคำไหนดี คือผู้เขียนจะสื่อว่าเมื่อ เห็นแล้วรู้เลยว่าเลขบัตรประชาชนนี้เลขอะไร มันมีเหมือนกันที่บัตรประชาชนรุ่นหนึ่งตัวเลขเขาจะค่อนข้างหนา ผอม สูง และเรียงค่อนข้างชิดกัน  เวลาที่ลูกค้าถ่ายสำเนาค่อนข้างเข้ม ตัวเลขมันจะเชื่อมกัน เพราะพื้นบัตรประชาชนมันจะเป็นลายนิด ๆ เวลาถ่ายสำเนาเอกสารเข้ม ๆ มันจะขึ้นเงา แล้วมาเจอตัวเลขที่ค่อนข้างหนาและชิดกัน มันจะเชื่อมกันเป็นแพค่ะ มองแล้วเดาได้ ว่าเลขอะไร แต่ธนาคารเขาจะไม่เดาค่ะ เมื่อเขาเห็นแล้วเขาต้องอ่านได้เลยว่าเลขนี้คือเลขอะไร จึงจะถือว่าใช้ได้ค่ะ

ทีนี้พอเราจะขีดคร่อมสำเนาบัตรประชาชน เป็นเส้นลากผ่านบัตรประมาณ  45 องศา บางท่านต้องการขีดเป็น 2 เส้นแล้วเขียนวัตถุประสงค์ในช่องว่างนั้น  ผู้เขียนขอแนะนำว่า ไม่ควรจะทับลงไปบนตัวเลขและตัวหนังสือที่เป็นส่วนที่ธนาคารต้องการดูค่ะ  ขีดแล้วเอียงออกไปแถว ๆ เกือบจะทับรูปหน้าเจ้าของบัตร แต่อย่าให้ทับนะคะ ประมาณชิด ๆ กับปีเกิดเจ้าของบัตร กับจะไปทับบางส่วนของรูปเจ้าของบัตรค่ะ (บัตรประชาชน มีหลายรุ่นหลายแบบมาก แต่ขอสื่อความหมายประมาณนี้ค่ะ คืออย่าทับสาระสำคัญที่ธนาคารต้องการดู กับไม่ทับรูปหน้าเจ้าของบัตรค่ะ) เส้นมันจะไม่ทับวันเดือนปีที่บัตรหมดอายุ กับไม่ทับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักพอดี  แต่มันจะทับตรงเจ้าหน้าที่ผู้ออกบัตร กับอาจจะทับที่อยู่ของเจ้าของบัตรเล็กน้อย  ซึ่งก็ถือว่าปลอดภัยแล้วค่ะ เพราะถ้าใช้ลิควิดลบ ก็ต้องใช้ความละเอียดมาก ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ดูแล้วรู้สึกสงสัย ใช้การถ่ายเอกสารขยายให้ใหญ่ขึ้นหน่อย ก็จะเห็นความผิดปกติได้ทันทีค่ะ

สำหรับทะเบียนบ้าน สิ่งที่ธนาคารต้องการเห็นข้อมูลก็คือ ชื่อเจ้าของ วันเดือนปีเกิด เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก และที่สำคัญคือ คือเลขประจำบ้าน  ที่จะอยู่ตรงกลางของหน้าที่เป็นชื่อของเจ้าของ ให้ตรงกันกับเลขประจำบ้าน ในหน้าบ้านเลขที่และที่อยู่ซึ่งส่วนใหญ่จะแปลกมากเลยที่ เลขที่ประจำบ้านในหน้าแรก หรือหน้าเลขที่บ้านมักจะไม่ชัด ซีดจางเกินไป เพราะหน้านี้จะต้องถ่ายเอกสารก่อนและการปรับสีหมึกของเครื่องถ่ายเอกสารโดยทั่วไปมักจะปรับไว้เป็นสีกลาง ๆ แต่เวลาถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านมันจะซีดจางลงไปอีก เพราะทะเบียนบ้านเขามักจะใช้ตัวหนังสือที่บางและเวลาพิมพ์ข้อความลงในเล่มเครื่องพิมพ์ของสำนักงานเขตต่าง ๆ สีหมึกมักจะอ่อน (แทบทุกเขตเลย)  เมื่อถ่ายเอกสารออกมาแล้วในหน้าแรกเมื่อเราเห็นว่าตัวหนังสืออ่อนเกินไป เราก็จะปรับความเข้มของเครื่องถ่ายเอกสารขึ้นทำให้เวลาถ่ายหน้าที่เป็นชื่อเจ้าของมันจะคมชัดพอดี  ทีนี้เมื่อลูกค้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ธนาคารต้องการดูคืออะไร ลูกค้าก็จะไม่ทราบว่า ขณะนี้เอกสารใบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้นะ  ซึ่งต้องขอใหม่ บางครั้งลูกค้ามาจากต่างจังหวัด ไม่มีทะเบียนบ้านตัวจริงอยู่กับตัว ก็จะมีแต่สำเนาที่ถ่ายเก็บไว้  การที่จะให้คนที่บ้านส่งมาให้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ถ้าจะไปแฟ็กซ์ที่ร้านค้าต่าง ๆ เขาก็คิดค่าบริการแพงมาก ๆ จะ scan แล้วส่งเข้า E-mail ซึ่งดีและประหยัดเงินมาก แต่ถ้าคนที่บ้านไม่ได้ทำงานในสำนักงานที่มีการใช้เครื่องมือเหล่านี้แบบแพร่หลาย หลาย ๆ ท่านก็จะรู้สึกว่ายุ่งยากละ ทำไม่เป็นน่ะ เลยจะไปกันใหญ่  แต่ก็ยังดีที่กรมการปกครองเขามีบริการคัดสำเนาทะเบียนบ้านไว้บริการจึงค่อยยังชั่วขึ้น แต่ถ้าเราจัดการได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกก็น่าจะดีกว่า เร็วกว่า

ยังไปไม่ถึงขั้นตอนการใช้คำในการระบุวัตถุประสงค์เลยค่ะ  ผู้เขียนขอต่อที่ภาค 2 นะคะ บทนี้ถือว่าปูพื้นก่อนแล้วกันนะคะ เพื่อความเข้าใจว่าทำไมถึงใช้ได้ ใช้ไม่ได้  และผู้เขียนจะรีบนำบทความภาค 2 มาลงไว้โดยเร็วค่ะ  ขอขอบคุณทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการผ่าน Thai credit plus นะคะ ขอบคุณค่ะ