Blog

ใช้บัตรเครดิตไม่ให้เป็นหนี้

สวัสดีค่ะวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อเขียนเกี่ยวกับการใช้เงินด้วยเงินอนาคต ว่าใช้อย่างไรไม่ให้เป็นหนี้ (บัตรเครดิต = บุคคลากรในสายการเงินจะถือว่ามันคือเงินในอนาคต)มีเจ้าหน้าที่อาวุโส ในธุรกิจนี้กล่าวถึงบัตรเครดิตไว้ว่าบัตรเครดิตมีวิวัฒนาการจากบัตรที่อ่านข้อมูลด้วยแถบแม่เหล็ก ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีเป็นชิพ หรือจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงขึ้นไปอีก ที่ทำให้บัตรเครดิตปลอดภัย มอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าผู้ใช้บัตร ถึงแม้ว่าปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ยังคงชอบใช้เงินสดใช้จ่ายมากกว่าบัตรเครดิต

บัตรเครดิตมอบความสะดวก ความคล่องตัว ความสบายใจในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆความสะดวกสบายคล่องตัวนี้ต้องมีคู่กับวินัยทางการเงินจึงจะเกิดความสมดุล ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิต (รวมถึงบัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล) ก็ควรต้องมีวินัยทางการเงินเช่นกันปัจจุบันมีโปรโมชั่นจากธนาคารผู้ออกบัตรออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคงต้องใช้ความรอบคอบให้มากขึ้นบางท่านอาจได้รับการปลูกฝังเรื่องวินัยทางการเงินมาตั้งแต่วัยเด็ก อย่างเช่นการซื้อโทรศัพย์มือถือเครื่องใหม่เพื่อเทคโนโลยีสำหรับการใช้งาน กับบางคนที่เปลี่ยนใหม่เพียงเพื่อความทันสมัย ก็แตกต่างกันแล้วสำหรับคำว่าสิ้นเปลือง

การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญกับความสามารถในการชำระคืนและการรักษาประวัติการชำระเงิน ยังมีผู้ใช้บัตรหลาย ๆ ท่านยังไม่เข้าใจว่าทำไมการชำระล่าช้าถึงต้องมีผลกับการขอสินเชื่อใหม่ สมัครแล้วทำไมไม่ได้รับการอนุมัติเป็นเพราะว่าทุก ๆ ธนาคารยินดีที่จะอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีวินัยและให้ความสำคัญกับการชำระตรงเวลามากกว่า เพื่อความสะดวกและลดปัญหาความยุ่งยาก ของการติดตามทวงหนี้ ที่ก่อปัญหาหลายอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีความสามารถการชำระคืนอยู่แล้ว เราก็เพิ่มความสำคัญเรื่องการชำระให้ตรงเวลา เท่านี้เราก็สมัครขอสินเชื่อได้สบาย ๆ อยู่แล้วค่ะ

ทีนี้ถ้าจะถามว่าแล้วมีบัตรเครดิตกี่ใบถึงจะเรียกว่าพอดีคงต้องตอบว่าอย่ามีมาก เราอาจจะทดลองใช้บัตรเครดิตแต่ละธนาคารดูแล้วดูว่าบัตรใบไหนเหมาะกับเรามากที่สุด คือเป็นบัตรที่เราได้มีโอกาสใช้บ่อย ตรงกับ life style ของเรา ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะใช้บัตรหลัก ๆ เพียง 2 ใบ ป้องกันการสับสนได้ด้วยว่าได้ชำระยอดไปแล้วหรือยังเพราะถ้ามีการชำระล่าช้าก็จะมีเบี้ยปรับ และถูกบันทึกประวัติใน เครดิตบูโรด้วย ซึ่งส่งผลในระยะยาวการใช้บัตรเครดิตแล้วไม่ก่อให้เกิดหนี้ที่ดีที่สุดคือการชำระเต็มจำนวนตามที่เราได้ใช้จ่ายไป

สำหรับการใช้จ่ายในช่วงนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก็ได้แนะนำตรงกันว่า ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ควรใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าเป็นไปได้ควรทำตามสูตรการใช้จ่ายที่ดีคือ แบ่งรายได้บางส่วนสำหรับการออมไว้ก่อน จึงค่อยเหลือไว้ใช้จ่าย และตัดรายการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปเพราะไม่ว่าเราจะมีเงินมากเท่าใดถ้าเราไม่มีวินัยทางการเงินและการออม ไม่ว่าจะมีเงินมากเท่าใดก็ย่อมหมดไปและมีโอกาสเป็นหนี้ได้ตลอด

ธนาคารแห่งประเทศไทยให้นิยามการใช้บัตรเครดิตไว้ว่า บัตรเครดิตทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการใช้เงินมากขึ้น สามารถได้ใช้โดยไม่มีดอกเบี้ยระยะเวลาหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าการใช้บัตรเครดิตคือการใช้เงินของผู้อื่นซึ่งผู้ถือบัตรต้องชำระคืนในภายหลังอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องระวังการใช้จ่ายที่เกินตัวหรือเกินความจำเป็นเพื่อไม่ให้มีภาระที่ต้องชำระหนี้เกินความสามารถควรเตรียมเงินให้เพียงพอกับยอดใช้จ่ายในแต่ละรอบบัญชี เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเบี้ยปรับต่าง ๆ ควรจดบันทึกหมายเลขบัตร วันครบกำหนดชำระ ยอดเงินที่ต้องชำระ เพื่อให้เราวางแผนการใช้และการชำระเงินให้ตรงเวลา

หากเราเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วและต้องการหลุดจากวงจรนี้ นอกจากจะลดการใช้จ่ายแล้วยังต้องพยายามชำระหนี้ให้มากที่สุด จ่ายให้ตรงกำหนดเวลา อย่าใช้วิธีกดเงินสดจากบัตรใบนึงมาจ่ายบัตรอีกใบหนึ่ง แต่ควรหาแหล่งเงินอื่นที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อปรับโครงสร้างหนี้แต่เนิ่น ๆข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำจากธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะ ผู้เขียนนำมาบอกต่อค่ะ เพื่อใช้วางแผนในการใช้บัตรเครดิตอย่างไม่ให้เป็นหนี้ค่ะขอบคุณที่ให้ความสนใจในบทความนะคะหวังว่าจะได้มีโอกาสได้รับใช้ทุกท่านค่ะ สวัสดีค่ะ